เกร็ดความรู้

แว่นตากรอบเจาะหรือแว่นไร้ขอบคืออะไร? ทำไมถึงเป็นที่สุดของศาสตร์การทำแว่น (Rimless Glasses)

-
ผู้เข้าชม 5

จาก “ไอเทมซ่อนความแก่” สู่ “นวัตกรรมอวกาศ”
เจาะลึกจักรวาลแว่นตาไร้ขอบ (Rimless Glasses) ที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาล

ท่านลองจินตนาการถึงแว่นตาที่เบาจนเหมือนไม่ได้ใส่ มองไปทางไหนก็ไม่มีขอบพลาสติกมาบดบังทัศนวิสัย แถมยังแมตช์เข้าได้กับทุกชุดบนโลกนี้... ใช่ค่ะ เรากำลังพูดถึง “แว่นตาไร้ขอบ” (Rimless Glasses) หรือที่ช่างแว่นตาเรียกกันว่า “แว่นกรอบเจาะ”

History of Rimless Glasses

Plot Twist ประวัติศาสตร์: แว่นไร้ขอบเคยเกิดมาเพื่อ “ซ่อน” ไม่ได้เกิดมาเพื่อ “โชว์”

ถ้าตัดภาพไปในยุคศตวรรษที่ 19 (ประมาณปี ค.ศ. 1880) ยุคนั้นไม่มีใครอยากใส่แว่นตาเลยค่ะ! เพราะในสังคมยุควิกตอเรียน การสวมแว่นตาหนาเทอะทะคือสัญลักษณ์ของ “ความชรา” หรือ “ความบกพร่องทางร่างกาย” ใครใส่แว่นจะถูกมองว่าอ่อนแอทันที (Bruneni, 1994)

ยุค "แว่นหนีบจมูก" (The Pince-Nez)

ด้วยความที่คนรวยและชนชั้นสูงไม่อยากยอมรับว่าตัวเองสายตายาวตามวัย จึงเกิดไอเดียสุดล้ำอย่าง Pince-Nez (แว่นหนีบจมูก) ซึ่งเป็นแว่นไร้ขอบยุคแรก ไม่มีขาแว่น มีแค่เลนส์แก้วสองชิ้นเชื่อมกันด้วยสปริง แล้วใช้วิธี “หนีบ” เข้ากับสันจมูกตรงๆ เวลาจะใช้ก็หยิบขึ้นมาหนีบ พอใช้เสร็จก็รีบเก็บใส่กระเป๋าเสื้อเพราะอายคน ซึ่งบุคคลสำคัญของโลกอย่างประธานาธิบดี โรสเวลต์ (Theodore Roosevelt) ก็คือตัวพ่อที่ทำให้แว่นทรงนี้ฮิตระเบิดในยุคนั้น (Bruneni, 1994)

(ภาพนี้เป็นภาพที่สร้างด้วย AI ใช้เพื่อประกอบเนื้อหา ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์หรือบุคคลจริง)

ยุค "ช่างแว่นตาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้เลนส์" (3-Piece Mount)

พอเข้าสู่ยุค 1920s คนเริ่มเจ็บจมูกจากการโดนแว่นหนีบ จึงเริ่มมีการดีไซน์ขาแว่นมาคล้องหู แต่ความพีคคือ เลนส์ยุคนั้นทำจาก “แก้วบริสุทธิ์” (Crown Glass) คิดภาพตามนะคะ ช่างแว่นตาในอดีตต้องใช้สว่านมือ ค่อยๆ เจาะรูลงบนเลนส์แก้วที่พร้อมจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ได้ทุกวินาที (Brooks & Borish, 2007) ถ้าน็อตหลวม แว่นก็โยกเยก ถ้าขันน็อตแน่นเกินไป เลนส์ก็ร้าวทันที งานประกอบแว่นไร้ขอบในยุคนั้นจึงถือเป็นงานฝีมือขั้นสูงที่มีแต่ยอดฝีมือเท่านั้นที่ทำได้

(ภาพนี้เป็นภาพที่สร้างด้วย AI ใช้เพื่อประกอบเนื้อหา ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์หรือบุคคลจริง)

จุดเปลี่ยนระดับโลก: เมื่อวัสดุศาสตร์และนาซ่าโคจรมาเจอกัน

แว่นตาไร้ขอบเกือบจะหายไปจากโลกในยุค 1950s - 1980s เพราะการมาถึงของแว่นพลาสติกสีสันฉูดฉาด จนกระทั่งเกิด “การปฏิวัติคู่ขนาน” ในช่วงปี 2000 ที่เปลี่ยนแว่นไร้ขอบให้กลายเป็นไอเทมสุดล้ำแห่งอนาคต

Silhouette. (ม.ป.ป.). Robert Gibson wearing glasses [รูปภาพ]. Silhouette Stories. https://www.silhouette.com/en/stories/robert-gibson

เลนส์ที่รถทับก็ไม่แตก (The Holy Grail of Lenses)

ปัญหาระดับชาติของแว่นกรอบเจาะคือ "เลนส์แตกตรงรูเจาะ" แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อโลกนี้มีวัสดุที่เรียกว่า Polycarbonate และ Trivex

  • Trivex คือฮีโร่ตัวจริง! มันถูกพัฒนาขึ้นโดยวิศวกรทหารเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการบินและการทหาร เพราะมันเหนียวเบอร์สุด ชนิดที่ว่าเอาค้อนทุบหรือรับแรงกระแทกสูงๆ ก็ไม่แตก (PPG Industries, 2001)

  • เมื่อวงการแว่นตานำ Trivex มาทำเลนส์ ปัญหาเรื่องเลนส์เจาะแล้วร้าวก็หมดไปร้อยเปอร์เซ็นต์ แถมนวัตกรรมโครงสร้างพอลิเมอร์ของมันยังทำให้เลนส์มีน้ำหนักเบากว่าพลาสติกทั่วไปถึง 19% และให้ความคมชัดของแสงสูงมากโดยมีค่า Abbe Value อยู่ที่ 43-45 (Jalie, 2018; PPG Industries, 2001)

ไทเทเนียมไร้น็อต ไร้บานพับ (Minimalism ที่แท้จริง)

ในปี 1999 แบรนด์แว่นตาระดับโลกอย่าง Silhouette จากออสเตรีย ได้ช็อกวงการด้วยการเปิดตัวคอลเลกชัน Titan Minimal Art (TMA) โดยตั้งคำถามว่า “ถ้าแว่นไร้ขอบมันชอบมีปัญหาน็อตหลุด... งั้นเราก็ตัดน็อตและบานพับออกไปให้หมดเลยสิ!” (Silhouette International, 2024)

พวกเขานำโลหะผสมพิเศษอย่าง Beta-Titanium ที่ยืดหยุ่นสูงและเบาเป็นพิเศษมาใช้ ร่วมกับระบบ Compression Plug (ปลั๊กพลาสติกอัด) ยึดขาแว่นเข้ากับเลนส์โดยไม่ต้องพึ่งพาสกรู ผลลัพธ์คือ แว่นตาทั้งอันมีน้ำหนักรวมเลนส์เหลือเพียง 1.8 กรัม ล้ำจนถึงขนาดที่องค์การ NASA เลือกให้เป็นแว่นตาสำหรับนักบินอวกาศในภารกิจนอกโลกตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา เพราะไม่มีชิ้นส่วนน็อตขนาดเล็กที่จะหลุดลอยไปทำลายระบบคอมพิวเตอร์ในสภาวะไร้น้ำหนักได้ (Silhouette International, 2024)

(ภาพนี้เป็นภาพที่สร้างด้วย AI ใช้เพื่อประกอบเนื้อหา ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์หรือบุคคลจริง)

แว่นไรขอบ (Rimless Glasses) สามารถแบ่งประเภทการจัดหมวดหมู่หลักๆ ออกได้เป็น 3 รูปแบบหลัก ตามลักษณะของส่วนประกอบและการออกแบบ (Brooks & Borish, 2018)

1. แบ่งตามวัสดุและการยึดเลนส์ (The Construction)

จุดเด่นของแว่นไรขอบคือไม่มีกรอบมาล้อมรอบเลนส์ จึงต้องยึดขาแว่นและสะพานจมูกเข้ากับเลนส์โดยตรง ซึ่งมี 2 แบบนิยมหลักๆ (สมาคมนักทัศนมาตรศาสตร์ไทย, 2565):

  • แบบเจาะรูน็อต/หมุด (Classic Drilled Rimless): เป็นแบบคลาสสิก ช่างจะเจาะรูบนเลนส์แล้วใช้สกรู น็อต หรือตัวล็อกพลาสติก (Bush) ยึดขาและสะพานจมูกเข้ากับเลนส์โดยตรง

  • แบบเซาะร่องยึดเอ็น (Semi-Rimless / Nylon String): แต่จะมีแว่นไรขอบบางประเภทที่ใช้เทคนิคเซาะร่องขอบเลนส์แล้วเดินเส้นเอ็นใสๆ ยึดไว้รอบเลนส์ เพื่อให้ดูเหมือนไม่มีกรอบที่สุดและเพิ่มความแข็งแรงโดยไม่ต้องเจาะรูเลนส์

2. แบ่งตามรูปทรงของเลนส์ (The Lens Shapes)

ข้อดีที่ยอดเยี่ยมที่สุดของแว่นไรขอบคือ "คุณสามารถตัดเลนส์เป็นทรงอะไรก็ได้ที่ชอบ" เพราะไม่มีขอบบังคับ โดยรูปทรงแต่ละแบบจะช่วยส่งเสริมสรีระใบหน้าและปรับลุคของผู้สวมใส่ให้แตกต่างกันออกไป (Brooks & Borish, 2018) ดังนี้:

ทรงเลนส์

ลุคที่ได้

เหมาะกับใคร

ทรงสี่เหลี่ยม (Rectangle/Square)

ดูเป็นทางการ นิ่ง ขรึม มีความภูมิฐาน

คนหน้ากลม หรือหน้าทรงรี

ทรงกลม/หยดน้ำ (Round/Oval)

ดูซอฟต์ลง อ่อนโยน มีความวินเทจหรือแฟชั่นนิดๆ

คนหน้าเหลี่ยม หรือมีกรามชัด

ทรงหกเหลี่ยม/เรขาคณิต (Geometric)

ดูโมเดิร์น ทันสมัย มีสไตล์ ไม่ซ้ำใคร

วัยรุ่น หรือผู้ที่ต้องการลุคแฟชั่น

3. แบ่งตามดีไซน์ของขาแว่นและสะพานจมูก (The Component Design)

เนื่องจากตัวเลนส์เปลือยเปล่า ดีไซน์และกลไกความแข็งแรงจึงไปตกอยู่ที่ ขาแว่น (Temples) และ สะพานจมูก (Bridge) (Jalie, 2020):

  • แบบมินิมอล (Minimalist): ใช้ลวดไทเทเนียมเส้นเรียบๆ บางๆ น้ำหนักเบามาก (เช่น แบรนด์ Silhouette หรือ Lindberg) ใส่แล้วเหมือนไม่ได้ใส่แว่น

  • แบบหรูหรา/แฟชั่น (Luxury/Fashion): ขาแว่นจะมีขนาดใหญ่ขึ้น มีการสลักลาย ประดับจิวเวลรี่ หรือใช้ขาทองคำ/โลหะหนา (เช่น แบรนด์ Cartier หรือ Chopard) เพื่อให้แว่นดูมีมิติและโดดเด่นขึ้นมา

5 ความว้าว! ทำไมคุณต้องเปลี่ยนมาใส่ “แว่นตาไร้ขอบ” (Rimless)

  • 🕊️ เบาเสมือนไร้น้ำหนัก (ลืมไปเลยว่าใส่แว่น!): นวัตกรรมไทเทเนียมและเลนส์พิเศษ ทำให้น้ำหนักรวมไม่ถึง 2 กรัม (เบากว่าคลิปหนีบกระดาษ!) หมดปัญหาแว่นกดทับ เจ็บสันจมูก หรือบีบขมับอย่างสิ้นเชิง

  • 🥰 เผยเสน่ห์โครงหน้า ไม่บดบังใบหน้า: เป็นแว่นที่ไม่แย่งความเด่นไปจากคุณ ช่วยเปิดโชว์ดวงตา คิ้ว และเมคอัพสุดเป๊ะ ในทางจิตวิทยายังช่วยเสริมลุคให้ดูภูมิฐาน น่าเชื่อถือ และดูแพงทันที

  • 🌍 มุมมองกว้างไกลแบบ Panorama: บอกลาความรำคาญจากขอบแว่นหนาๆ บดบังสายตา แว่นไร้ขอบมอบทัศนวิสัยเคลียร์ใส 360 องศา มองเห็นโลกกว้างขึ้นโดยไม่มีอะไรคั่นกลาง

  • 👗💼 แมตช์ได้กับเสื้อผ้า "ทุกชุดบนโลก": ไม่ต้องกลัวสีแว่นจะตีกับสีเสื้อผ้า! ไม่ว่าจะใส่สูทเนี๊ยบประชุม ชุดลำลองไปคาเฟ่ หรือชุดราตรีออกงาน แว่นไร้ขอบก็เข้าได้กับทุกลุคอย่างกลมกลืน

  • 🎨 ดีไซน์ทรงเลนส์ได้ "หนึ่งเดียวในโลก": เป็นแว่นชนิดเดียวที่คุณเลือกรูปทรงเลนส์เองได้! วันนี้อยากได้ทรงกลมมินิมอล เดือนหน้าอยากเปลี่ยนเป็นทรงเหลี่ยมสุดเท่ ก็สามารถสั่งตัดรูปทรงที่เข้ากับใบหน้าคุณที่สุดได้ตามใจชอบ

“แว่นไร้ขอบ” (Rimless) ตัวเบาหวิว... แต่ทำไมช่างแว่นตาต้องเหงื่อตก?

ถ้าคุณชอบความมินิมอล เบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่แว่น และแมตช์ได้กับทุกลุค “แว่นตากรอบเจาะ” หรือ “แว่นไร้ขอบ” คือคำตอบที่ดีที่สุดในโลกค่ะ! แต่รู้ไหมคะว่า เบื้องหลังความสวยคลีนนี้ แว่นกรอบเจาะคือแว่นที่ “ทำยากที่สุด” ในบรรดาแว่นตาทั้งหมด เพราะ:

  • ไม่มีกรอบมาช่วยรับแรง: ตัวเลนส์ต้องรับแรงบิดและแรงกระแทกทั้งหมดแทนกรอบแว่น ช่างจึงต้องคำนวณมุมเจาะให้ตั้งฉากและสมดุล 100% เพื่อไม่ให้เนื้อเลนส์เกิดความเค้น (Stress) จนร้าวหรือแตกในอนาคต

  • พลาดแล้วพลาดเลย: แว่นแบบมีกรอบทั่วไป หากฝนเลนส์เบี้ยวเล็กน้อยยังพอขยับได้ แต่แว่นกรอบเจาะ เมื่อเจาะรูลงไปบนเลนส์แล้ว จะไม่สามารถแก้ไขตำแหน่งได้เลย! ค่าจุดศูนย์กลางสายตา (PD และ FH) ต้องแม่นยำระดับมิลลิเมตร ไม่อย่างนั้นจะใส่แล้วปวดหัวทันที

  • ต้องใช้เลนส์พิเศษเหนียวหนึบ: แว่นประเภทนี้ไม่สามารถใช้เลนส์พลาสติกธรรมดาได้ แต่ต้องใช้เลนส์นวัตกรรมทหารอย่าง Trivex หรือ Polycarbonate ที่ทุบไม่แตกเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้สวมใส่

✨ มั่นใจงานกรอบเจาะระดับมาสเตอร์พีซ... ที่ร้านแว่นตาของเรา!

เพราะแว่นตากรอบเจาะคืองานวิศวกรรมผสมผสานศิลปะขั้นสูง ที่ร้านของเราคุณจึงมั่นใจได้ 100% ด้วยเหตุผลที่คุณหาจากที่อื่นได้ยาก:

  • 🏆 ดูแลโดยช่างแว่นตาคุณวุฒิวิชาชีพระดับ 5 (ระดับสูงสุด) ช่างโฟล์ก: มั่นใจในทุกค่าสายตาและการประกอบแว่น ด้วยช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสมรรถนะสูงสุดในวิชาชีพช่างแว่นตา

  • 💯 การันตีประสบการณ์จริงมากกว่า 100 เคส: เราผ่านงานดีไซน์ ออกแบบรูปทรง และเจาะเลนส์แว่นไร้ขอบมาแล้วทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานน็อตแบบคลาสสิก หรืองานปลั๊กอัด (Compression) ของแบรนด์ไฮเอนด์

🌟 รีวิวผลงาน "แว่นตากรอบเจาะ" หรือ "แว่นไร้ขอบ" สวย ๆ จากร้านแว่นตามุลเลอร์ ออพติก 🌟

𝗦𝗶𝗹𝗵𝗼𝘂𝗲𝘁𝘁𝗲 🇦🇹 x 𝗭𝗲𝗶𝘀𝘀 𝗣𝗿𝗼𝗴𝗿𝗲𝘀𝘀𝗶𝘃𝗲 𝗦𝗺𝗮𝗿𝘁𝗹𝗶𝗳𝗲 𝗜𝗻𝗱𝗶𝘃𝗶𝗱𝘂𝗮𝗹𝟮 𝟭.𝟲𝟬 𝗣𝗵𝗼𝘁𝗼𝗳𝘂𝘀𝗶𝗼𝗻𝗫 𝗣𝗶𝗼𝗻𝗲𝗲𝗿 🇩🇪
เลนส์รุ่น TOP ของ Zeiss เต็มไปด้วยเทคโนโลยีขั้นล่าสุดของ Zeiss

𝗥𝗮𝘆 𝗕𝗮𝗻 𝗥𝗕 𝟯𝟳𝟲𝟳𝗩 𝟮𝟱𝟬𝟭 𝘅 𝗘𝘀𝘀𝗶𝗹𝗼𝗿 𝗘𝘆𝗲𝘇𝗲𝗻 𝗣𝗹𝘂𝘀 𝟭.𝟲𝟳 + 𝗧𝗿𝗮𝗻𝘀𝗶𝘁𝗶𝗼𝗻𝗦 𝗥𝗨𝗕𝗬
เลนส์ที่มีโซนช่วยลดอาการล้าตาเมื่อมองหน้าจอมือถือระยะใกล้ตลอดทั้งวัน มาพร้อมกับ 𝗧𝗿𝗮𝗻𝘀𝗶𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗚𝗲𝗻 𝗦 สีใหม่แดง 𝗥𝗨𝗕𝗬 สีที่โดดเด่นด้วยเฉดแดงอมม่วง

กรอบรุ่นนี้ดูสวยสะดุดตามากๆค่ะ ทั้งดีไซน์และการออกแบบที่ดูมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร นั่นก็คือกรอบจากค่าย
𝗚𝗲𝗻𝘁𝗹𝗲 𝗠𝗼𝗻𝘀𝘁𝗲𝗿 รุ่น 𝗡𝗼𝗱𝗲 𝟬𝟯𝟬 𝗚𝗼𝗹𝗱 เป็นกรอบไร้ขอบที่สไตล์ดูล้ำสมัย ถูกเลือกทำคู่กับเลนส์ 𝗭𝗲𝗶𝘀𝘀 𝗖𝗹𝗲𝗮𝗿𝗩𝗶𝗲𝘄 𝗣𝗹𝗮𝘁𝗶𝗻𝘂𝗺 𝟭.𝟲𝟬 🇩🇪
ด้วยจุดเด่น คือ เลนส์ใส โค้ตแข็งแรง ให้มุมมองที่คมชัด เหมาะกับผู้มีค่าสายตาสั้นและเอียงค่ะ

✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨

ปรึกษา และตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตรโดยไม่มีค่าบริการได้ที่ มุลเลอร์ ออพติก
สาขาตรงข้ามโรงพยาบาลลานนา ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ และสาขาห้างโฮมโปรสันทรายค่ะ
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 - 19.00 น.

สอบถาม / จองคิว
Facebook :
Müller OPTIK แว่นตาเชียงใหม่เฉพาะบุคคล  หรือ Tell : 063-114-6333

 

เรียบเรียงบทความโดย ดลยา ปรีชาภัทรกุล 2569

แหล่งอ้างอิงข้อมูล
  • Brooks, C. W., & Borish, I. M. (2007). System for Ophthalmic Dispensing (3rd ed.). Butterworth-Heinemann.

  • Bruneni, J. L. (1994). The History of Opticianry: A Century of Service. National Academy of Opticianry.

  • Jalie, M. (2018). Principles of Ophthalmic Lenses (6th ed.). Association of British Dispensing Opticians (ABDO).

  • PPG Industries. (2001). Trivex Material: A Technical White Paper on the Next Generation Lens Material. PPG Optical Products.

  • Silhouette International. (2024). 25 Years of Titan Minimal Art: The Evolution of Rimless Technology. Silhouette GmbH.

  • สมาคมนักทัศนมาตรศาสตร์ไทย. (2565). คู่มือการเลือกกรอบและเลนส์แว่นตาเพื่อการใช้งานอย่างปลอดภัย. สำนักพิมพ์สถาบันทัศนมาตรศาสตร์.

Lens&knowledgeที่เกี่ยวข้อง