• Home
  • Lens&knowledge
  • ทำไมใส่แว่นแล้วปวดหัว? เจาะลึกสาเหตุจากที่คุณต้องรู้ เพื่อการมองเห็นที่สบายตาตลอดวัน
ทำไมใส่แว่นแล้วปวดหัว? เจาะลึกสาเหตุจากที่คุณต้องรู้ เพื่อการมองเห็นที่สบายตาตลอดวัน

ทำไมใส่แว่นแล้วปวดหัว? เจาะลึกสาเหตุจากที่คุณต้องรู้ เพื่อการมองเห็นที่สบายตาตลอดวัน

17 มิ.ย. 2569   ผู้เข้าชม 2

เคยไหม? ตัดแว่นใหม่มาด้วยความหวังว่าโลกจะสดใส แต่พอหยิบมาใส่ปุ๊บ กลับรู้สึกปวดขมับ ปวดเบ้าตา หรือมึนหัวจนแทบอยากจะถอดแว่นทิ้ง
หลายคนมักจะได้รับคำแนะนำแบบเดิมๆ ว่า "ใส่ไปก่อน เดี๋ยวก็ชิน" ซึ่งในความเป็นจริง
การฝืนใส่แว่นที่ทำให้ปวดหัวเป็นสิ่งที่ทางทัศนมาตรศาสตร์ไม่แนะนำนะคะ

ในฐานะร้านแว่นที่ใส่ใจสุขภาพตาของคนไข้ เราอยากให้คุณเข้าใจว่าอาการปวดหัวไม่ใช่เรื่อง "ปกติ" ที่ต้องทน แต่เป็น "สัญญาณเตือน" จากร่างกายที่บอกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น

ทำไมสมองถึงตอบสนองด้วยอาการปวดหัว?

ดวงตาและสมองทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดผ่านระบบประสาทที่ซับซ้อน เมื่อเราใส่แว่นตาที่ค่าสายตาไม่แม่นยำ หรือมีจุดโฟกัสไม่ตรงกับรูม่านตา สมองจะพยายามบังคับให้กล้ามเนื้อตาเพ่งหรือปรับการโฟกัสเพื่อชดเชยความผิดพลาดนั้นตลอดเวลา ความพยายามนี้เปรียบเสมือนการสั่งให้กล้ามเนื้อทำงานหนักเกินขีดจำกัดต่อเนื่องหลายชั่วโมง ซึ่งความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อรอบดวงตานี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังระบบประสาทส่วนกลางจนเกิดอาการ "ปวดหัว" ขึ้นมา (โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์, 2567)

ช่วงเวลาปรับตัว: ทำไมร่างกายต้องใช้เวลา?

เมื่อคุณเปลี่ยนมาใส่แว่นใหม่ หรือเปลี่ยนค่าสายตา สมองและดวงตาของคุณต้องทำการ "Recalibrate" หรือตั้งค่าใหม่ค่ะ

ทำไมต้องปรับตัว?

การเปลี่ยนเลนส์คือการเปลี่ยนวิธีที่แสงหักเหเข้าสู่ดวงตา สมองต้องเรียนรู้การประมวลผลระยะโฟกัสใหม่ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Optometry ระบุว่า ระยะเวลาการปรับตัวที่ยอมรับได้สำหรับเลนส์ทั่วไปคือ 3 วัน ถึง 2 สัปดาห์ (Sheedy & Marsh-Tootle, 1995) หากผ่านช่วงเวลานี้ไปแล้วอาการปวดหัวยังคงอยู่ นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่า "ไม่ใช่การปรับตัว" แต่เป็นปัญหาที่ตัวแว่นหรือการตรวจวัดค่ะ


5 สาเหตุทางเทคนิค: ทำไมแว่นของคุณถึงทำให้ปวดหัว?

หากท่านแว่นตัดมาเกิน 2 สัปดาห์แล้วยังมีอาการปวดหัว นี่คือสาเหตุที่เป็นไปได้สูงสุดค่ะ

1. การวัดสายตาที่คลาดเคลื่อน (Prescription Error)

ปัจจัยแรกที่สำคัญที่สุด การวัดสายตาไม่ได้มีแค่เรื่อง "ความชัด" แต่คือการหาค่าที่ "สบายตาที่สุด" หากแว่นที่ตัดให้ค่าสายตาสั้นหรือเอียงเกินความเป็นจริง (Over-correction) จะทำให้กล้ามเนื้อตาต้องพยายามเพ่งตลอดเวลาเพื่อปรับโฟกัส นำไปสู่ภาวะตาล้า หรือ Asthenopia (American Optometric Association, 2023)

2. จุดศูนย์กลางเลนส์ไม่ตรง (Optical Center Misalignment)

เลนส์แต่ละชิ้นถูกออกแบบมาให้มี "จุดโฟกัส" ที่ตำแหน่งเฉพาะ หากการวัดระยะห่างระหว่างตาดำ (Pupillary Distance หรือ PD) หรือการวัดระดับความสูงของตาดำ (Fitting Height) ไม่แม่นยำ เลนส์จะเกิด Prismatic Effect หรือผลของปริซึมที่ทำให้แสงหักเหผิดที่ ส่งผลให้ดวงตาต้องพยายามบิดเพื่อหาภาพชัด ทำให้เกิดการปวดกระบอกตาอย่างรุนแรง (Scheiman & Wick, 2014)

3. ปัญหาจากกรอบแว่น (Fit and Comfort)

หลายคนมักมองข้ามว่าแว่นคืออุปกรณ์สวมใส่ กรอบที่บีบขมับ แป้นจมูกที่ไม่สมดุล หรือการดัดขาแว่นที่ไม่ได้สัดส่วน ทำให้เกิดแรงกดทับบนเส้นประสาทบริเวณศีรษะและใบหน้า ส่งผลให้เกิด Tension Headache หรืออาการปวดหัวจากแรงตึงเครียดได้โดยตรง

4. การเปลี่ยนประเภทเลนส์ (Lens Design Transition)

การเปลี่ยนไปใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lenses) มักจะมาพร้อมกับอาการเวียนหัวในช่วงแรก เพราะเลนส์ชนิดนี้มีหลายโซนการมอง (ไกล-กลาง-ใกล้) ในเลนส์ชิ้นเดียว สมองต้องฝึกการกวาดสายตาที่เปลี่ยนไป งานวิจัยใน Scientific Reports ยืนยันว่า ปัจจัยสำคัญในการปรับตัวขึ้นอยู่กับการทำงานของกล้ามเนื้อตา (Vergence dynamics) ในแต่ละบุคคล (Nature Research, 2022)

5. ภาวะตาเขซ่อนเร้น (Binocular Vision Dysfunction - BVD)

นี่คือสาเหตุที่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุด บางท่านมีปัญหาตาสองข้างทำงานประสานกันได้ไม่ดีนัก (Eye teaming) หากแว่นตาไม่มีการคำนวณค่าปริซึมเพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา สมองจะเหนื่อยล้ามากในการบังคับให้ภาพจากสองตาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว (New England College of Optometry, 2021)

สัญญาณอันตราย: เมื่อไหร่ที่ต้องกลับไปพบผู้เชี่ยวชาญ?

แม้การปรับตัวจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ ควรกลับไปพบนักทัศนมาตร

·        อาการปวดที่ไม่ลดลง: ปวดหัวทุกครั้งหลังใส่แว่น หรือปวดมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปในแต่ละวัน

·        ภาพซ้อนหรือภาพบิดเบี้ยว: เมื่อมองวัตถุแล้วเห็นเส้นขอบซ้อนทับกัน หรือภาพดูโย้เย้ไม่สมดุล

·        เวียนหัวหรือคลื่นไส้: อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณว่าระบบการทรงตัวของคุณถูกรบกวนจากการหักเหของแสงที่ผิดปกติ

·        ตาล้าอย่างหนัก: แม้จะพักสายตาแล้วแต่อาการปวดเบ้าตายังคงอยู่

แนวทางการดูแลตนเองและการป้องกัน

เพื่อให้การใส่แว่นเป็นเรื่องที่สบายตาที่สุด คุณควรปฏิบัติดังนี้:

1.      ใช้กฎ 20-20-20: เมื่อต้องใช้สายตากับหน้าจอนานๆ ให้หยุดทุก 20 นาที มองไกลออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อตาที่เกร็งจากการเพ่งได้ผ่อนคลาย (Healthline, 2024)

2.      รักษาความสะอาดของเลนส์: เลนส์ที่มัวหรือมีรอยขีดข่วน ทำให้ตาต้องเพ่งเพื่อหาจุดโฟกัสที่ชัดขึ้นตลอดเวลา

3.      จัดแสงสว่างให้เหมาะสม: การอ่านหนังสือหรือใช้งานหน้าจอในที่แสงน้อยจะทำให้รูม่านตาขยายตัว และแว่นตาที่ออกแบบมาสำหรับแสงปกติจะไม่สามารถช่วยลดการเพ่งได้เท่าที่ควร

4.      ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากปัญหาไม่ดีขึ้น การวัดสายตาใหม่ในที่ที่ได้รับมาตรฐานหรือการให้ร้านแว่นตรวจสอบจุดโฟกัสเลนส์ (PD) อีกครั้ง จะช่วยให้ทราบว่าปัญหาเกิดจากเลนส์หรือกรอบกันแน่

ร้านแว่นมุลเลอร์ ออพติกของเราช่วยคุณอย่างไรได้บ้าง?

เมื่อคุณเดินเข้ามาปรึกษาเรา เราไม่ได้แค่ตรวจวัดสายตา แต่เราดำเนินการดังนี้:

1.      การตรวจวัดแบบ Comprehensive: เราคัดกรองภาวะสุขภาพตาเบื้องต้น เพื่อดูว่าอาการปวดหัวของคุณไม่ได้มาจากโรคตาแฝง

2.      เครื่องมือดิจิทัลระดับสูง: เพื่อวัดค่า PD และ Fitting Height ให้แม่นยำถึงระดับมิลลิเมตร ลดการเกิด Prismatic Effect ที่ทำให้ปวดตา

3.      การให้คำปรึกษาไลฟ์สไตล์: เราช่วยคุณวิเคราะห์พฤติกรรม เพื่อเลือกชนิดเลนส์ที่ "ใช่" ที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเกมเมอร์ คนทำงานออฟฟิศ หรือผู้ที่ต้องขับรถทางไกล

สรุป: การมองเห็นที่ดี ต้องมาพร้อมกับความสบาย

การใส่แว่นแล้วปวดหัว "ไม่ใช่เรื่องปกติที่ต้องทน" เราเชื่อมั่นว่าแว่นตาที่ดีต้องช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและสบายที่สุด ไม่ใช่เป็นภาระที่ทำให้คุณต้องปวดหัว หากคุณกำลังเจอปัญหานี้ อย่าปล่อยทิ้งไว้จนเป็นนิสัยเรื้อรังค่ะ

แวะมาปรึกษาเราที่ร้านได้ทุกเมื่อ ทีมงานมืออาชีพร้านแว่นตามุลเลอร์ ออพติกของเรายินดีดูแลดวงตาของคุณให้กลับมาคมชัดและสบายตาอีกครั้งค่ะ

✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨

ปรึกษา และตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตรโดยไม่มีค่าบริการได้ที่ มุลเลอร์ ออพติก
สาขาตรงข้ามโรงพยาบาลลานนา ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ และสาขาห้างโฮมโปรสันทรายค่ะ
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 - 19.00 น.

สอบถาม / จองคิว
Facebook : Müller OPTIK แว่นตาเชียงใหม่เฉพาะบุคคล  หรือ Tell : 063-114-6333

 

เรียบเรียงบทความโดย ดลยา ปรีชาภัทรกุล 2569

แหล่งอ้างอิงข้อมูล
  • American Optometric Association (AOA). (2023). Computer Vision Syndrome (Digital Eye Strain). สืบค้นจาก: aoa.org

  • Healthline (2024). New Glasses Headache: Causes and Prevention Tactics. https://www.healthline.com/health/new-glasses-headache

  • New England College of Optometry (NECO). (2021). Binocular Vision Dysfunction: Clinical Perspectives. สืบค้นจาก: neco.edu

  • Scheiman, M., & Wick, B. (2014). Clinical Management of Binocular Vision: Heterophoric, Accommodative, and Eye Movement Disorders. Lippincott Williams & Wilkins.

  • Scientific Reports. (2022). Adaptation to Progressive Addition Lenses: Potential Factors to Consider. Nature Research.

  • Sheedy, J. E., & Marsh-Tootle, J. (1995). Case Analysis: Optical and Binocular Vision Factors. Journal of Optometry, 68(1).

  • โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์. (2567). ใส่แว่นสายตาแล้วปวดหัว ปวดตา เกิดจากสาเหตุใด. https://samitivejchinatown.com/th/article/eyes-lasik/glasses-and-headache


Lens&knowledgeที่เกี่ยวข้อง

นักทัศนมาตร หรือ หมอสายตา (Optometrist)
09 ก.พ. 2568

นักทัศนมาตร หรือ หมอสายตา (Optometrist)

นักทัศนมาตร หรือ หมอสายตา (Optometry) คือ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านสายตาและระบบการมองเห็นของมนุษย์มีความเชี่ยวชาญในการตรวจวัดสายตา และสุขภาพตาเบื้องต้น พร้อมให้คำปรึกษา และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสายตารักษาเกี่ยวกับปัญหาด้านสายตาและความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาโดยใช้อุปกรณ์ เช่น แว่นตา คอนแทคเลนส์ และปริซึม ในการแก้ไขปัญหาสายตา ไม่รวมถึงการรักษาโดยการจ่ายยา และการผ่าตัดค่ะในประเทศไทยเป็นหลักสูตรป
ฝุ่น PM 2.5 ภัยใกล้ดวงตา
14 มี.ค. 2567

ฝุ่น PM 2.5 ภัยใกล้ดวงตา

ในช่วงประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ปัญหา PM 2.5 นี้เริ่มรุนแรงขึ้นมาในประเทศไทยและยังคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ร้านแว่นตามุลเลอร์ นำเนื้อหาเกี่ยวกับ PM 2.5 กับดวงตาเรามาฝากกันเจ้าหน่วยงานป้องกันสิ่งแวดล้อม ประเทศสหรัฐอเมริกา US. EPA (United State Environmental Protection Agency) ได้ทำการกำหนดค่ามาตรฐานของฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์เอาไว้โดยใช้ค่า PM (Particulate Matter
เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ "สายตาสั้น"
17 ส.ค. 2567

เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ "สายตาสั้น"

ท่านอาจจะเคยได้ยินกันผ่านหูมาบ้างว่า สายตาสั้นไม่ได้ทำให้ตาบอดได้ ถ้าไม่ใส่แว่นตลอดจะทำให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้น หรือถ้าอายุมากขึ้นสายตาสั้นจะลดลง ในส่วนของเกร็ดความรู้เรื่องนี้จะมาอธิบายว่าที่เราเคยได้ยินมา เราเข้าถูกแล้วหรือเรากำลังเข้าใจผิดอยู่ค่ะถ้าหากไม่สวมแว่นตาตลอดเวลาจะทำให้สายตาสั้นลงเรื่องนี้ไม่ได้จริงเสมอไปค่ะ เพราะจะเกิดขึ้นแค่กับเด็ก เนื่องจากเป็นวัยที่ดวงตายังอยู่ในช่วยเจริญเติบโต สำหรับ