• Home
  • Lens&knowledge
  • เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนแสงแดดจ้ากว่าฤดูอื่นๆ ส่งผลให้ท่านรู้สึกตาสู้แสงจ้าไม่ไหวหรือไม่
เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนแสงแดดจ้ากว่าฤดูอื่นๆ ส่งผลให้ท่านรู้สึกตาสู้แสงจ้าไม่ไหวหรือไม่

เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนแสงแดดจ้ากว่าฤดูอื่นๆ ส่งผลให้ท่านรู้สึกตาสู้แสงจ้าไม่ไหวหรือไม่

16 มี.ค. 2568   ผู้เข้าชม 164

ในทุกๆวันเมื่อแสงที่กระทบกับดวงตาไม่เพียงแต่ทำให้เราสามารถมองเห็นได้ แต่ยังมีประโยชน์หลายด้านที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของดวงตาและร่างกายโดยรวมค่ะ

อย่างเช่น เราต้องการแสงเพื่อลำเลียงภาพจากวัตถุไปยังเรตินาหรือจอรับภาพในตาส่งข้อมูลไปยังสมองเพื่อแปลความหมาย, การควบคุมวงจรนาฬิกาชีวภาพ (circadian rhythm) ของร่างกาย, แสงธรรมชาติช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนเซโรโทนินในสมองการได้รับแสงแดดในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นและมีพลังงานมากขึ้น ทำให้สมองสามารถทำงานได้ดีขึ้น เป็นต้นค่ะ

หากการเจอแสงจ้าเกินไปสามารถทำให้เกิดอาการ แสบตา หรือ ระคายเคือง ที่ดวงตาได้ ซึ่งเกิดจากการที่แสงที่มีความเข้มข้นสูงเกินไปกระทบกับดวงตาในระยะเวลานาน ทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักในการปรับตัวเพื่อรับมือกับแสงที่จ้าเกินไป อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแสบตาได้ค่ะ

☀️ อาการดวงตาแพ้แสง (Photophobia) ☀️

เป็นอาการที่ทำให้ผู้ที่มีอาการนี้รู้สึกไม่สบายหรือเจ็บปวดเมื่อเจอแสงสว่าง โดยเฉพาะแสงจ้า เช่น แสงจากดวงอาทิตย์ แสงจากจอคอมพิวเตอร์ หรือแสงจากไฟนีออน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการตาปวด ตาแห้ง หรือมีอาการระคายเคืองในดวงตา

✅ ผลกระทบต่อดวงตา:

  1. ความรู้สึกไม่สบาย : แสงจ้าที่เข้ามาสัมผัสกับดวงตาอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบาย ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการปวดศีรษะร่วมด้วยได้

  2. ทำให้การมองเห็นลดลง : การแพ้แสงอาจทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน โดยเฉพาะในสภาพแสงที่มีความเปลี่ยนแปลงเร็ว เช่น แสงจากสภาพอากาศที่มีแสงจ้าในบางช่วงเวลา

  3. การระคายเคือง : บางคนอาจมีอาการตาแห้ง ระคายเคือง หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา

  4. ส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรม : อาการแพ้แสงอาจทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมบางอย่างได้อย่างสะดวก เช่น การขับรถในช่วงกลางวันหรือการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

✅ แนวทางการแก้ไขโดยใช้เลนส์กรองแสง :

การใช้เลนส์กรองแสง (Light Filtering Lenses) เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดผลกระทบจากแสงจ้า โดยเลนส์เหล่านี้ออกแบบมาเพื่อกรองแสงบางประเภทที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือความไม่สบายให้กับดวงตา เช่น แสงยูวีหรือแสงสีน้ำเงินที่มีอยู่ในแสงธรรมชาติและจากหน้าจออิเล็กทรอนิกส์

  1. ลดการสะท้อนของแสง : เลนส์กรองแสงช่วยลดการสะท้อนของแสงจ้าจากพื้นผิวต่างๆ ช่วยให้ตาสบายขึ้นและมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น

  2. ป้องกันแสง UV : เลนส์กรองแสงช่วยป้องกันแสงยูวีที่มีผลเสียต่อดวงตา ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคตาต่างๆ เช่น ต้อกระจก หรือความเสื่อมสภาพของจอตา

  3. ช่วยในการลดอาการระคายเคือง : เลนส์กรองแสงสามารถช่วยลดการระคายเคืองจากแสงจ้าหรือแสงสว่างที่มากเกินไป โดยการกรองแสงที่มีความถี่สูง ซึ่งจะช่วยให้การมองเห็นสบายขึ้น

การเลือกใช้เลนส์กรองแสงที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับอาการแพ้แสง เช่น การขับรถ การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรือการเดินออกไปข้างนอกในช่วงที่แสงแดดจ้าค่ะ


Lens&knowledgeที่เกี่ยวข้อง

วิธีการใช้โปรเกรสซีฟและการปรับตัว
15 พ.ค. 2566

วิธีการใช้โปรเกรสซีฟและการปรับตัว

  สำหรับท่านที่ใส่โปรเกรสซีฟครั้งแรก ทางร้านมีวิธีการปรับตัวและทริกดีๆในการใช้งานโปรเกรสซีฟเบื้องต้น     1. ทริกสำหรับการใช้งานในระยะไกล    ทดลองการใช้งานของแว่นในระยะไกล เช่น ระยะการขับรถ  อ่านป้ายจราจรต่างๆ           - เมื่อลองแว่นโปรเกรสซีฟ ครั้งแรก ไม่ควรหันหน้าส่ายไปมาอย่างรวดเร็ว ให้ค่อยๆ หันหน้าเมื่อต้องการมอง หากส่ายหน้าเร็ว จะทำ
ปัจจัยสาเหตุที่คาดว่าก่อให้เกิดอาการสายตาสั้นในเด็ก
13 มี.ค. 2566

ปัจจัยสาเหตุที่คาดว่าก่อให้เกิดอาการสายตาสั้นในเด็ก

  ปัจจัยสาเหตุที่คาดว่าก่อให้เกิดอาการสายตาสั้นในเด็ก ปัจจัยทางกรรมพันธ์ุ  จากงานวิจัย พบว่าในกลุ่มเด็กที่มีผู้ปกครองสายตาสั้น ทั้งพ่อและแม่ของเด็ก ส่งผลให้เด็กมีโอกาสสายตาสั้นถึงร้อยละ 40  แต่หากพ่อหรือแม่ของเด็กมีภาวะสายตาสั้น จะส่งผลให้เด็กมีโอกาสสายตาสั้นที่ร้อยละ 20 และหากพ่อและแม่ที่ไม่มีภาวะสายตาสั้น อาจส่งผลให้เด็กมีโอกาสสายตาสั้นที่ร้อยละ 10 ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม จากการศึกษ
ฝุ่น PM 2.5 ภัยใกล้ดวงตา
14 มี.ค. 2567

ฝุ่น PM 2.5 ภัยใกล้ดวงตา

ในช่วงประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ปัญหา PM 2.5 นี้เริ่มรุนแรงขึ้นมาในประเทศไทยและยังคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ร้านแว่นตามุลเลอร์ นำเนื้อหาเกี่ยวกับ PM 2.5 กับดวงตาเรามาฝากกันเจ้าหน่วยงานป้องกันสิ่งแวดล้อม ประเทศสหรัฐอเมริกา US. EPA (United State Environmental Protection Agency) ได้ทำการกำหนดค่ามาตรฐานของฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์เอาไว้โดยใช้ค่า PM (Particulate Matter