• Home
  • Lens&knowledge
  • รู้หรือไม่? ว่าแดดช่วงหน้าหนาวเป็นอันตรายเราถึง 2 เท่า 🤔🤔
รู้หรือไม่? ว่าแดดช่วงหน้าหนาวเป็นอันตรายเราถึง 2 เท่า 🤔🤔

รู้หรือไม่? ว่าแดดช่วงหน้าหนาวเป็นอันตรายเราถึง 2 เท่า 🤔🤔

14 ธ.ค. 2566   ผู้เข้าชม 484

 

แสงแดดเป็นแหล่งที่มาของพลังงานทั้งหมด และมีประโยชน์มากมายต่อการดำรงชีวิต และมีรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet) หรือรังสียูวี (UV) ซึ่งในกระบวนการทางชีวภาพทั่วไปที่ต้องการความสมดุล นั่นคือ แสงแดดเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็มีขีดจำกัด เพราะเมื่อได้รับรังสียูวี (UV) ที่มากับแสงแดดมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อผิวและดวงตาได้เช่นกัน

 

ในช่วงฤดูหนาว ด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบายก็อาจทำให้หลายคนละเลยการอยู่ในที่โล่งแจ้ง แต่อย่าลืมว่าความรุนแรงของแสงแดดนั้นไม่ได้ลดน้อยลงไป ต่อให้จะยืนอยู่กลางแจ้งแล้วไม่มีเหงื่อ ก็ไม่ได้หมายความว่าแสงแดดจะไม่มีรังสีทำร้ายเราน้าา

 

โดยปกติแล้ว เราสามารถใช้ครีมกันแดดช่วยปกป้องรังสี UV ที่จะทำร้ายเรา แต่ดวงตา เป็นอวัยวะที่หลายคนอาจมองข้าม รังสีที่มาจากแดดสามารถทำร้ายดวงตาได้เช่นกัน หรือแม้ในวันที่ไม่มีแสงแดดจ้า ร่างกายก็ยังคงได้รับรังสียูวีในปริมาณมาก ทำให้ประสิทธิภาพของกลไกป้องกันดวงตาตามธรรมชาติ การหดแคบลงของรูม่านตา การหลับตาหรือการหรี่ตาก็เป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยปกป้องดวงตาตามธรรมชาติมีข้อจำกัด (bangkokhospital, มปป)

 

🌈  รังสียูวี  (Ultraviolet) นั้นส่งผลต่อดวงตาของเราแค่ไหน  👀  

 

รังสียูวี  ซึ่งเป็นคลื่นแสงที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงที่มองเห็นด้วยตา แสงที่มองเห็นด้วยตามีความยาวคลื่น 400 – 700 นาโนเมตร รังสียูวีจึงมีความยาวคลื่นสั้นกว่า 400 นาโนเมตร มีพลังงานสูงและไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

 

 

🌈  รังสีในช่วงความยาวคลื่นระหว่าง 100 - 400 นาโนเมตร แบ่งได้ 3 ช่วงตามความยาวคลื่น ได้แก่  🌈

 

1. รังสียูวี ซี (UV C rays, 100 – 280 nm) เป็นรังสียูวีที่มีพลังงานสูงที่สุดและสามารถก่อให้เกิดอันตรายกับผิวหนังและดวงตาได้มากที่สุด โอโซนในชั้นบรรยากาศสามารถกรองไว้ได้หมด แต่ปัจจุบันชั้นโอโซนในบรรยากาศกำลังถูกทำลายมากขึ้น จึงทำให้รังสีชนิดนี้อาจทะลุผ่านลงมาสู่พื้นผิวโลกมากขึ้นและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

2. รังสียูวี บี (UV B rays, 280 – 320 nm) เป็นรังสีที่มีพลังงานน้อยกว่ารังสียูวี ซี ถูกกรองโดยชั้นโอโซนได้บางส่วน รังสีบางส่วนที่ทะลุผ่านลงมายังโลกในปริมาณน้อยจะกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน  (Melanin) ทำให้สีผิวคล้ำขึ้น ส่วนรังสีในปริมาณมากจะทำให้ผิวหนังไหม้ เกิดจุดด่างดำ รอยเหี่ยวย่น และเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งผิวหนัง

3. รังสียูวี เอ (UV A rays, 320 – 400 nm) เป็นรังสีที่มีพลังงานต่ำกว่า 2 ชนิดแรก แต่สามารถทะลุผ่านกระจกตาเข้าไปสู่เลนส์ตาและจอตาได้ การได้รับรังสีชนิดนี้เป็นปริมาณมากอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดต้อกระจกและบางการวิจัยพบว่าอาจมีผลต่อการเกิดจุดภาพชัดเสื่อมด้วยเช่นกัน

 

🌞  แสงแดดมีอันตรายต่อดวงตาในบริเวณต่าง ๆ ดังนี้  🌞

🔷  เปลือกตา สีผิวเปลี่ยน มีจุดด่างดำ ริ้วรอยรอบดวงตา นอกจากนี้ยังมีรายงานพบว่า มะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณเปลือกตาบางชนิด เช่น  Basal Cell Carcinoma Squamous Cell Carcinoma ตลอดจน Malignant Carcinoma อาจเกี่ยวเนื่องมาจากการได้รับแสงแดดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน

🔷 เยื่อบุตา มีการเสื่อมของเยื่อบุตาบริเวณที่ชิดกับขอบตาดำ เรียกว่า ต้อลม ซึ่งเกิดจากการระคายเคืองจากลม ฝุ่น รังสียูวี หากต้อลมลุกลามเข้าไปในตาดำ เรียกว่า ต้อเนื้อ ไม่เพียงทำให้เกิดความไม่สวยงาม แต่อาจรบกวนการมองเห็น หรือหากมีการอักเสบ จะทำให้มีอาการปวดและระคายเคืองได้

🔷 กระจกตา การอักเสบเฉียบพลันของกระจกตา ทำให้มีอาการปวดตามาก น้ำตาไหล มักจะเกิดอาการประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง หลังจากได้รับรังสียูวีปริมาณมาก เช่น แสงสะท้อนจากหิมะ หรือรังสียูวีจากการเชื่อมโลหะโดยไม่ส่วมใส่แว่นป้องกัน อาการมักจะเป็นอยู่ชั่วคราวประมาณ 1 – 2 วัน

🔷 เลนส์ตา การเกิดต้อกระจก แม้ว่าต้อกระจกจะเกิดจากการเสื่อมตามวัย แต่พบว่าการได้รับรังสียูวี ทำให้เป็นต้อกระจกมากขึ้นได้ ในแต่ละปีมีประชากรกว่า 16  ล้านคนทั่วโลกตาบอดจากต้อกระจก จากรายงานขององค์การอนามัยโลกพบว่า ประมาณ 20% ของต้อกระจกอาจมีสาเหตุมาจากการได้รับรังสียูวีมากเกินไปซึ่งเป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้

🔷 จอตา  ในคนหนุ่มสาวเลนส์ตาที่ยังใสอยู่ไม่สามารถดูดซับรังสียูวีไว้ได้หมด จึงมีโอกาสที่รังสียูวีจะเข้าไปทำลายจอตาทำให้เกิดจอตาเสื่อมได้ แม้ว่าในจอตาของเราจะมีสารหรือเม็ดสีตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องจอตา แต่สารเหล่านี้จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้กระบวนการป้องกันจอตาตามธรรมชาติลดลงและเกิดการเสื่อมของจอตาได้ง่ายขึ้น เมื่อได้รับรังสียูวี นอกจากนี้บางการศึกษาเชื่อว่ารังสียูวีน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะจุดรับภาพเสื่อมในผู้สูงอายุ (Age – Related Macular Degeneration, AMD)
 (bangkokhospital, มปป)

 

 

นอกจากนี้ แสงสีฟ้า (Blue Light or High – Energy Visible Radiation) ก็มีส่วนที่ส่งผลอันตรายต่อดวงตาเรา ยิ่งในปัจจุบันเราสามารถเจอแสงสีฟ้าได้แทบจะตลอดทั้งวัน ทั้งจากคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

ซึ่งแสงสีฟ้ามีช่วงความยาวคลื่นระหว่าง 381 -500 นาโนเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงคลื่นรังสียูวี แสงสีฟ้าปริมาณสูงสามารถทำลายเซลล์อย่างถาวรในบางคน และหากได้รับแสงสีฟ้าเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดจุดภาพชัดเสื่อม ซึ่งเป็นจุดสำคัญในจอตา โดยเซลล์จะถูกทำลายอย่างช้า ๆ และทำให้สูญเสียการมองเห็นส่วนกลางอย่างถาวรในที่สุด (พญ วีรยา พิมลรัฐ)

 

 

✅ เลนส์ป้องกันรังสียูวีและป้องกันแสงสีฟ้าที่แนะนำ ✅

 

ZEISS UVProtect เลนส์คุณภาพจากประเทศเยอรมัน 

เทคโนโลยี ZEISS UVProtect ดูดซับรังสียูวีที่อาจเป็นอันตรายได้สูงถึง 400 นาโนเมตรก่อนที่จะเข้าถึงดวงตาของคุณ เลนส์ใสพร้อมการป้องกันรังสียูวีจาก ZEISS ปกป้องดวงตาของคุณอย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับแว่นกันแดดระดับพรีเมียมในช่วงเวลาที่คุณไม่มีแว่นกันแดด

 

 

 

เลนส์กรองแสงคุณภาพ Essilor จากประเทศฝรั่งเศส

CRIZAL BLUE UV CAPTURE

นวัตกรรมใหม่ในการกรองแสงสีน้ำเงินอมม่วง
ด้วยฟีเจอร์ล่าสุดที่มาพร้อมกับคุณสมบัติดูดซับช่วงคลื่นแสงที่เป็นอันตรายในวัสดุเนื้อเลนส์
เลนส์จึงยังคงความใส ไม่ทำให้การมองเห็นสีผิดเพี้ยน

 

 

เลนส์กรองแสงคุณภาพ HOYA จากประเทศญี่ปุ่น

ให้สีสันที่เป็นธรรมชาติมากกว่า และช่วยถนอมสายตาให้ผ่อนคลายขณะท่องโลกดิจิทัล

 

 

ฉะนั้น การสวมใส่แว่นกันแดดหรือแว่นสายตา จะช่วยป้องกันอันตรายจากแสงแดดหรือรังสียูวีได้ โดยที่ควรเลือกแว่นตาที่เลนส์มีการเคลือบผิวหน้าเลนส์ด้วยสารป้องกันรังสียูวี หรือเพิ่มการปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า ก็ควรสวมแว่นตาที่มีการเคลือบผิวหน้าเลนส์ด้วนสารกรองแสงสีฟ้า เพื่อถนอมดวงตา และยืดอายุการใช้งานของดวงตาเราค่ะ

 

 

#Review by Muller Optik

 

 

𝗕𝗹𝗮𝗰𝗸𝗳𝗶𝗻 𝗔𝗘𝗥𝗢 𝗕𝗠𝗕𝗥𝗜𝗗𝗚𝗘 𝗕𝗙𝟵𝟱𝟳 𝟭𝟰𝟬 𝗖𝗢𝗟.𝟭𝟰𝟭𝟭 𝘅 𝗭𝗲𝗶𝘀𝘀 𝗖𝗹𝗲𝗮𝗿𝗩𝗶𝗲𝘄 𝗕𝗹𝘂𝗲𝗚𝘂𝗮𝗿𝗱 𝟭.𝟲𝟬 ✨✨

กรอบแว่นตาคุณภาพ 𝗕𝗹𝗮𝗰𝗸𝗳𝗶𝗻 จากประเทศ 𝑰𝒕𝒂𝒍𝒚 และเลนส์คุณภาพ 𝗖𝗮𝗿𝗹 𝗭𝗘𝗜𝗦𝗦 จากประเทศ 𝑮𝒆𝒓𝒎𝒂𝒏𝒚
ให้การสวมใส่ที่เบาด้วยวัสดุไททาเนียม ยืดหยุ่ด และเลนส์ ZEISS BlueGuard Lenses ปกป้องดวงตาจากแสงสีน้ำเงิน
ที่เป็นอันตราย (ช่วงคลื่น 400 ถึง 455 นาโนเมตร) ได้สูงถึง 40%.
นอกจากนี้ สามารถป้องกันรังสี UV 400 นาโนเมตร ได้ 100%

 

 

 

𝗖𝗔𝗥𝗩𝗘𝗡 𝗙𝗥𝗢𝗠 𝟱𝟬 𝗖𝟳 𝘅 𝗭𝗘𝗜𝗦𝗦 𝗣𝗿𝗼𝗴𝗿𝗲𝘀𝘀𝗶𝘃𝗲 𝗦𝗺𝗮𝗿𝘁𝗟𝗶𝗳𝗲 𝗣𝘂𝗿𝗲 𝟭.𝟱𝟬  𝗣𝗵𝗼𝘁𝗼 𝗙𝘂𝘀𝗶𝗼𝗻 𝗫 𝗕𝗿𝗼𝘄𝗻
DuraVision Platinium, UV

กรอบแว่นตา 𝘾𝘼𝙍𝙑𝙀𝙉 ประเทศฝรั่งเศส การออกแบบที่คลาสสิกและมีเอกลักษณ์ และเลนส์ 𝘾𝙖𝙧𝙡 𝙕𝙀𝙄𝙎𝙎 โปรเกรสซีฟ
รุ่น 𝙎𝙢𝙖𝙧𝙩𝙇𝙞𝙛𝙚 โครงสร้างเลนส์ที่นุ่มนวล ให้การมองเห็นที่ชัดเจน และสบายตา พร้อมด้วย UV Coating
สามารถป้องกันรังสี UV 400 นาโนเมตร ได้ 100%

 

 

✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨

ปรึกษา และตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตรโดยไม่มีค่าบริการได้ที่ มุลเลอร์ ออพติก
สาขาตรงข้ามโรงพยาบาลลานนา ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ และสาขาห้างโฮมโปรสันทรายค่ะ
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 - 19.00 น.

สอบถาม / จองคิว
Facebook : Müller OPTIK แว่นตาเชียงใหม่เฉพาะบุคคล  หรือ Tell : 063-114-6333

 

 


Lens&knowledgeที่เกี่ยวข้อง

สายตาสั้นอยู่ แต่ไม่อยากสวมแว่น สายตาจะสั้นขึ้นจริงหรือ!!
20 พ.ย. 2566

สายตาสั้นอยู่ แต่ไม่อยากสวมแว่น สายตาจะสั้นขึ้นจริงหรือ!!

"การสวมใส่แว่นตา เป็นการช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น ณ ขณะนั้น"   อันดับแรก มาทำความรู้จักกับอาการสายตาสั้นอย่างเบื้องต้นกันค่ะ อาการสายตาสั้นคือภาวะหนึ่งที่มีความผิดปกติของอวัยวะดวงตา โดยการที่เมื่อมองวัตถุจะภาพหรือลำแสงจะไปรวมกันและตกกระทบในบริเวณก่อนถึงจอประสาทตา ทำให้ลำแสงที่ไปถึงจอประสาทตาจะบานออก ไม่เป็นจุดเดียว จึงทำให้เห็นภาพไม่ชัด และนอกจากนี้ สายตาสั้นอาจมีสาเหตุมาจาก การที่กระจกตามีควา
ตอนนี้คุณอาจกำลังฝืนเพ่งมองโดยไม่รู้ตัวอยู่หรือไม่ !!
18 ม.ค. 2567

ตอนนี้คุณอาจกำลังฝืนเพ่งมองโดยไม่รู้ตัวอยู่หรือไม่ !!

การเพ่งมองจะส่งผลร้ายแรงมากแค่ไหน มาหาคำตอบกัน !!   ในปัจจุบันการใช้ชีวิตประจำวัน หลายๆท่านที่กำลังเรียน หรือทำงาน ต้องจดจ่อกับหน้าจออิเลคโทนิค การอ่านหนังสือ ขับรถ หรือแม้แต่การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานาน  เรื่องที่เลี่ยงไม่ได้เลย นั่นก็คือ อาการตาล้า ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งท่านอาจจะไม่รู้สึกตัวว่ากำลังเพ่งมองอยู่    อาการตาล้า อาจเนื่องมาจากการเพ่งมองม
เลนส์ป้องกันแสงสีฟ้า ที่เป็นอันตรายต่อดวงตา
08 ก.พ. 2568

เลนส์ป้องกันแสงสีฟ้า ที่เป็นอันตรายต่อดวงตา

เรามักจะได้ยินคนพูดถึงกันทั่วไปในปัจจุบัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่คนมักจะเข้าใจว่า บลูไลท์ มีเฉพาะจากหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ อย่างคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว แสงแดดก็มีบลูไลท์ รวมอยู่ด้วยเช่นกันแสงสีฟ้า หรือ บลูไลท์ (Bluelight) เป็นคลื่นแสงพลังงานสูง (High Energy Visible Light) ที่มีต้นกำเนิดจากดวงอาทิตย์ โดยปกติแสงสีขาวจากดวงอาทิตย์จะแยกเป็นสเปกตรัมทั้งหมด 7 สี ได้แก่ ม่วง คร